0 Comments
มอเตอร์เกียร์ปรับรอ

มอเตอร์เกียร์ปรับรอบ ตัวไหนมีข้อกดีอย่างไร ?

มอเตอร์เกียร์ปรับรอบ แน่นอนว่าหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้จัก มันนเป้นมอเตอร์ที่ไว้ชำหรับปรับรอบความเร็วได้ครับ เราะบางงานนั้นไม่จำเป็นต้องใช้มอเตอร์ที่ให้ความเร็วขนาดนั้นซึ่งแน่นอนว่ามอเตอร์เกียร์ปรับรอบ ก็มีหลายแบบวันนี้เราจะมาดูกันว่าแต่ละแบบนั้นมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ? ชนิดตรง             เป็นแบบที่คนนิยมใชกันมากที่สุด โดยข้อดีนั้นคือ ประสิทธิภาพใช้งานสูง ,ประกอบง่าย,สูญเสียพลังงานต่ำ แต่แน่นอว่าก็มีข้อเสียด้วยเช่นกันน้นคือเมื่อเริ่มทำงานรอบยิ่งเร็วมากเท่าไหร่เสียงจะยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น แบบเฉียง                 Helical Gear มีลักษณะของตัวเฟืองคล้ายกับเฟืองตรง แต่ฟันเฟืองจะไม่ขนานกับเพลา ข้อดีของแบบนี้คือ เสสียงไม่ดัง ทำงานง่าย และราบรื่น แต่ข้อสียนั้นคือประสิทธิภาพการทำงานจะต่ำ แบบดอกจอก             แบบนี้จะค่อนข้างพิเศษขขึ้นมาอีกหน่อยนึงคือการทำงานจะเงียบ เหมาะกับการใช้ในอัตราทดของเฟืองที่มีมาก ๆ แต่แน่นอนว่าย่อมมีข้อเสียนั้นคือประกอบยากมาก ๆ เมื่อเวลาทำงานจริงแล้วต้องการปรับเปลี่ยนมุมก็ยิ่งยาก แบบตัวหนอน             แบบตัวหนอน หรือ Worm Gear มีชุดเกียร์ที่ประกอบกันขึ้นมา 2 ชิ้น  คือ ส่วนของล้อตัวหนอนและตัวเฟือง ให้การทำงานแบบ Self-Locking ข้อดีคือจะทำให้เสียบเงียบเวลาทำงานข้อเสีย คือจะสูญเสียพลังงานอย่างมาก แบบสะพาน             สำหรับชนิดนี้จพิเศษกว่าคนอื่นที่สามารถทำงานร่วมกับชนิดตรงได้ โดยการทำงานร่วมกันจะทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถึงจะสามารถทำงานร่วมกับแบบอื่นได้แต่ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกันนั้นคือจะไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เพราะต้องเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ […]

0 Comments
ดุแลยางรถยนต์

วิธีดูแลยางรถยนต์แบบง่ายๆ สาวๆ ทำได้ ทำหนุ่มๆ ทำดี

หมั่นเติมลมยางให้เหมาะสม การเลือกเติมลมยางให้เหมาะสมกับความดันของลมยาง จะทำให้ยางสามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ถามว่าจะหาแรงดันลมยางเท่าไหร่ที่เหมาะสมกับยางรถยนต์ของเรา คุณสามารถเก็บข้อมูลได้จากคู่มือรถยนต์ และพยายามเช็คหลังจากเติมลมเสร็จ อาทิ หากรถเด้งเกินควร หมายความว่า ลมยางรถยนต์แข็งเกิน หรือรู้สึกว่าต้องเหยียบคันเร่งมากกว่าปกติ แสดงว่าลมยางอ่อนเกินนั่นเอง หมั่นตรวจเช็คสภาพดอกยาง การตรวจเช็คสภาพดอกยางที่ลึกไม่สึกหรอ ควรหมั่นตรวจให้ละเอียดก่อนการเดินทางไกล เพราะถ้าดอกยางตื้นอาจเกิดอุบัติเหตุรถลื่นไถลได้ วิธีสังเกตดอกยางรถยนต์ดูง่ายๆ คือ มีตัววัดความสึกหรอเป็นขอบยางเล็กๆ อยู่บนยางรถยนต์ เราจะเริ่มเห็นตัววัดนี้ เมื่อยางรถยนต์สึกลงไป 1.6 มิลลิเมตร ถ้าโผล่ออกมามาก ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ได้แล้วล่ะ สลับยางรถยนต์ อีกหนึ่งวิธีดูแลยางรถยนต์ เราจะต้องสลับยางรถยนต์ทุกๆ 10,000 – 15,000 กิโลเมตร (สำหรับยางที่มีขนาดเดียวกัน) เพราะยางรถยนต์ด้านหน้าสึกหรอง่ายกว่าล้อหลัง จะต้องสลับหน้าหลังให้ยางรถยนต์ของเรามีความสึกเท่ากัน เพื่อการขับขี่ที่ดีมีประสิทธิภาพ นอกจากสลับตำแหน่งยางแล้วต้องมีการตั้งศูนย์ถ่วงล้อด้วย แนะนำขับรถไปที่ศูนย์ซ่อมยางรถยนต์จะดีที่สุด แต่จะดี และปลอดภัย สบายใจ หายห่วงมากกว่าเดิม หากคุณทำประกันภัยรถยนต์ 3 พลัส ซึ่งความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ 3+ นั้น จะมีความคล้ายคลึงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ในความเหมือนก็มีความแตกต่างอยู่ด้วย โดยความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ 3 พลัส […]